ร้อยใจไทย

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 จรรยา จรรยาบรรณ จริยธรรม พระราชจริยาวัตร-พระจริยาวัตร คุณธรรม ศีลธรรม มนุษยธรรม



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤศจิกายน 15, 2009, 02:38:57 AM
อ่าน 5496 ครั้ง

ออฟไลน์ เกรียงศักดิ์ กาญจนปกรณ์ชัย

  • ผู้ดูแลคอลัมน์
  • *****

  • 28
    กระทู้

  • ชอบกด Like+ 0

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
   จรรยา จรรยาบรรณ จริยธรรม พระราชจริยาวัตร-พระจริยาวัตร คุณธรรม ศีลธรรม มนุษยธรรม
    จรรยา
เป็นคำที่มาจากภาษาสันสกฤตว่า จรฺยา แปลว่า ความประพฤติ มักหมายถึงความประพฤติที่ดีที่แสดงออกให้เห็นทางอาการกิริยา เช่น เด็กคนนี้ไม่มีจรรยา จะมาหาผู้ใหญ่ แทนที่จะถามว่าท่านจะว่างให้มาพบได้เมื่อไร กลับมาสั่งว่าเขาจะมาพบขอให้อยู่ให้เขาพบด้วย บางทีใช้ว่า จรรยามารยาท เช่น เรามักถือว่าเป็นหน้าที่ของแม่ที่จะอบรมจรรยามารยาทให้ลูก เป็นต้น ที่เรียกกันว่า สมบัติผู้ดีนั้น พิจารณาดูให้ดี ก็จะเห็นว่า เป็นแนวทางการประพฤติตัวของคนที่มีจรรยามารยาทนั่นเอง จรรยามารยาท จึงหมายถึงการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกี่ยวข้องกับผู้อื่น ผู้ที่มีจรรยาดี คือ ผู้ที่มีมรรยาทดี ไม่ก้าวร้าว ไม่รบกวนผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว เป็นคนงาม เป็นที่พอใจของคนรอบข้าง นอกจากนี้ คำว่า จรรยา ยังใช้หมายถึง แบบแผนความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของผู้มีอาชีพนั้นๆ มักใช้กับผู้ที่สังคมมุ่งหวังให้เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีเป็นพิเศษด้วย อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ เช่น แพทย์ต้องมีจรรยาแพทย์ ครูต้องมีจรรยาครู เป็นต้น

 จรรยาบรรณ
ประกอบด้วยคำว่า จรรยา กับคำว่า บรรณ ซึ่งแปลว่า หนังสือ จรรยาบรรณ หมายถึง รายการผลงานที่ได้ประมวลไว้เพื่อเสนอขอบำเหน็จทางราชการ เช่น เพื่อขอเลื่อนเงินเดือนขึ้นเป็นพิเศษ เป็นต้น ปัจจุบันนี้ คำว่า จรรยา ซึ่งหมายถึง ความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกำหนดขึ้นเพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของผู้มีอาชีพนั้น มีผู้ใช้กันว่า จรรยาบรรณ คำว่า จรรยาบรรณ จึงกลายไปมีความหมายเท่ากับคำว่า จรรยา เท่านั้น เช่น จรรยาของนักหนังสือพิมพ์ มักใช้ว่าจรรยาบรรณนักหนังสือพิมพ์ จรรยาของนักการเมืองมักใช้ว่า จรรยาบรรณนักการเมือง เป็นต้น             

 จริยธรรม
ประกอบด้วยคำว่า จริย กับ คำว่า ธรรม จริย เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า จริยา แปลว่า ความประพฤติ จริยา กับ จรฺยา เป็นคำเดียวกันของภาษาคนละภาษา จริยธรรม แปลว่า ธรรมะที่ควรประพฤติปฏิบัติ มักหมายถึง ความประพฤติที่แสดงถึงความเป็นผู้ที่มีธรรมะในใจ เช่น มีความซื่อตรง มีความเมตตากรุณา ไม่คดโกงหรือเอาเปรียบผู้ใด เช่นกล่าวว่า แม้จะเป็นพ่อค้าก็ควรมีจริยธรรมในการค้า ไม่คดโกงหลอกลวงหรือเอาเปรียบลูกค้า นักธุรกิจต้องมีจริยธรรมไม่เห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว ครูต้องมีจริยธรรม ผู้ที่เอารายงานค้นคว้าเรื่องต่างๆ ที่ศิษย์เสนอ มาใช้เป็นผลงานของตนเป็นคนไม่มีจริยธรรม

  พระราชจริยาวัตร-พระจริยาวัตร

ประกอบด้วยคำว่า พระราช หรือ พระ กับคำว่า จริยาวัตร จริยา แปลว่า ความประพฤติ วัตร แปลว่า ปฏิบัติ จริยาวัตร แปลว่า ความประพฤติ การปฏิบัติตน เมื่อเป็นราชาศัพท์ จึงใช้ว่า พระราชจริยาวัตร และ พระจริยาวัตร หมายถึงความประพฤติของเจ้านาย การปฏิบัติองค์ของเจ้านาย เช่น ประชาชนชื่นชมพระบารมีและพระราชจริยาวัตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระจริยาวัตรที่งดงามเสมอ พระราชจริยาวัตรและพระจริยาวัตร หมายถึง การปฏิบัติองค์โดยปกติธรรมดาของเจ้านาย

 จริยศาสตร์
เป็นชื่อวิชา ปรัชญาสาขาหนึ่ง ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า Ethics จริยศาสตร์ เป็นวิชาที่ว่าด้วยความประพฤติและการครองชีวิต ว่าด้วยปัญหาการยึดถือว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด อะไรควร อะไรไม่ควร จริยศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาหาชีวิตที่ดี หรือความดีสูงสุดของมนุษย์ ความดีความชั่วนั้นจะมีมาตรฐานแน่นอนตายตัวหรือเปลี่ยนไปได้ตามเวลา ตามสถานที่และสิ่งแวดล้อม ความดีความชั่วนั้นเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่จริงหรือเป็นสิ่งที่มนุษย์คิดขึ้น เป็นต้น วิชานี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสังคมที่ดี สังคมที่สมาชิกมีเป้าหมายเพื่อการครองชีวิตที่ดีและมีคุณค่า

  คุณธรรม

หมายถึง คุณความดีที่มีอยู่ประจำใจคน คนที่มีคุณธรรม คือคนที่มีใจโอบอ้อมอารี มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จึงไม่เบียดเบียนใคร ไม่ทำร้ายใคร คนที่มีคุณธรรมจะรักความยุติธรรม และมีความเมตตาต่อผู้อื่นเสมอ ส่วนผู้ที่กลั่นแกล้งผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาที่ไม่ทำตามความต้องการของตน เป็นคนไม่มีคุณธรรม ผู้ที่ดูแลให้คนงานในบริษัทได้รับความเป็นธรรมในเรื่องค่าแรงและสวัสดิการเป็นคนมีคุณธรรม คุณธรรม หมายรวม คุณความดีทุกประการที่มีประจำใจคน เป็นความดีของผู้ที่มีเมตตา มีความยุติธรรม ไม่ทำร้าย ไม่เบียดเบียน แม้คนที่เป็นศัตรู

   ศีลธรรม
ศีลธรรม ประกอบด้วยคำว่า ศีล กับ ธรรม ศีล แปลว่า ปกติ มักหมายถึง ข้อกำหนดที่ควบคุมความประพฤติทางกายและวาจาให้มีปกติถูกต้องเป็นธรรม เป็นข้อกำหนดทางศาสนา เช่น ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ศีล ๓๑๑ ซึ่งเป็นข้อห้ามความประพฤติทางกายและวาจา เช่น ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามพูดปด ห้ามดื่มสุราเมรัย เป็นต้น ส่วนธรรม หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ควรกระทำเพื่อส่งเสริมให้ศีลสมบูรณ์ขึ้น เช่น ศีลห้ามฆ่าสัตว์ ก็จะมีธรรมให้เมตตาสัตว์ เป็นของคู่กัน ศีลห้ามลักขโมย ก็มี ธรรมส่งเสริมให้รู้จักเสียสละสมบัติของตนบริจาคให้ผู้อื่นบ้าง เป็นของคู่กัน เป็นต้น ศีลธรรมเป็นข้อกำหนดให้คนในสังคมอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข เพราะไม่มีการเบียดเบียนกัน

  มนุษยธรรม

ประกอบด้วยคำว่า มนุษฺย กับ คำว่า ธรฺม แปลว่า ธรรมของมนุษย์ หมายถึง ธรรมะที่ผู้ที่เป็นมนุษย์ควรมีประจำใจ ผู้ที่ไม่มีมนุษยธรรมก็ไม่ควรนับว่าเป็นมนุษย์ มนุษยธรรม เป็นธรรมะเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก เป็นความเมตตาช่วยเหลือเกื้อกูลแม้คนที่เป็นศัตรู เช่น ในยามสงครามแม้คนที่เป็นศัตรูถ้าบาดเจ็บเราก็ต้องช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม ผู้ที่อพยพหนีสงครามมาพึ่งเราแม้เราจะไม่ต้องการช่วยก็จำต้องช่วยเพื่อมนุษยธรรม คนที่ทำร้ายเด็กผู้หญิงหรือทำร้ายคนที่ไม่มีทางต่อสู้ได้ จัดว่าเป็นคนที่ไม่มีมนุษยธรรม

   ธรรมาภิบาล(Good Governance)

    ธรรมาภิบาล  คือ ธรรมะ + อภิบาล  หมายถึง ปกครองด้วยคุณความดี ซื่อตรงต่อกัน  มั่นคงในสัญญาที่มีต่อกันสัญญา (กฎ กติกา มารยาท) ที่ ร่วมกันทำ เป็นธรรม โปร่งใส รับผิดชอบในสิ่งที่ทำ  การจัดการปกครอง การบริหารปกครอง การบริหารกิจการบ้านเมือง การควบคุมดูแลกิจการ การกำกับดูแลที่ดี อันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ (Process) และระบบ (System) ซึ่งองค์การหรือสังคมได้มีการปฏิบัติหรือดำเนินการ (Operate) ธรรมาภิบาล  มักครอบคลุมประเด็น ดังนี้

                - การมีส่วนร่วมของประชาชน(Participation)

            - นิติธรรม (Rule of law)

            - ความโปร่งใส (Transparency)

            - การตอบสนอง (Responsiveness)

            - การแสวงหาฉันทามติ (Consensus oriented)
 
            - ความถูกต้อง ความเสมอภาค ยุติธรรม เที่ยงธรรม (Equity)

            - ประสิทธิผลและประสิทธิภาพ (Effectiveness & Efficiency)

            - ภาระรับผิดชอบ (Accountability)

   ทศพิธราชธรรม (Virtues of the King)

             จริยวัตร 10 ประการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรมประจำพระองค์ หรือเป็นคุณธรรมประจำตนของผู้ปกครองบ้านเมือง ให้มีความเป็นไปโดยธรรมและยังประโยชน์สุขให้เกิดแก่ประชาชน

          ทศพิธราชธรรมทั้ง 10 ข้อ มีดังนี้

                - ทาน คือ การให้ การเสียสละ การให้น้ำใจ

                - ศีล คือ ความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา ใจ ให้ปราศจากโทษ

                - บริจาค คือ การเสียสละความสุขส่วนตน เพื่อความสุขส่วนรวม

                - ความซื่อตรง คือ ความซื่อตรงในฐานะที่เป็นผู้ปกครอง ดำรงอยู่ในสัตย์สุจริต

                - ความอ่อนโยน คือ การมีอัธยาศัยอ่อนโยน เคารพในเหตุผลที่ควร มีสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโส

                - ความเพียร คือ ความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน โดยปราศจากความเกียจคร้าน

                - ความไม่โกรธ คือ ไม่มุ่งร้ายผู้อื่น แม้จะลงโทษผู้ทำผิดก็ทำตามเหตุผล

          - ความไม่เบียดเบียน คือ การไม่ก่อทุกข์หรือเบียดเบียนผู้อื่น

                - ความอดทน คือ การรักษาอาการ กาย วาจา ใจให้เรียบร้อย การอดทนต่อสิ่งทั้งปวง

                - ความยุติธรรม คือ ความหนักแน่น ถือความถูกต้อง เที่ยงธรรมเป็นหลัก


                                 
                                          %%%%%%%%%%%%%%%%

 



พฤศจิกายน 29, 2013, 06:04:36 PM
ตอบกลับ #1

ออฟไลน์ barestajung

  • Newbie
  • *

  • 2
    กระทู้

  • ชอบกด Like+ 0

    • ดูรายละเอียด