ร้อยใจไทย

ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

 


 การไหว้



0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กันยายน 04, 2009, 03:12:30 PM
อ่าน 20957 ครั้ง

ออฟไลน์ ธัชธา จำเนียรกุล

  • เลขานุการโครงการร้อยใจไทย
  • *****

  • 651
    กระทู้

  • ชอบกด Like+ 5

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
การไหว้
« เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 03:12:30 PM »


การไหว้ เป็นมารยาทไทยที่ เป็นวัฒนธรรมการทักทาย เวลาพบปะกันหรือลาจากกัน
"การไหว้" เป็นการแสดงถึงความมีสัมมาคารวะ และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน
นอกเหนือจากการกล่าวคำว่า "สวัสดี" แล้วยังแสดงออกถึงความหมาย "การขอบคุณ" และ "การขอโทษ"
การไหว้เป็นการแสดงมิตรภาพ มิตรไมตรี ที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีอัน ดีงาม
โดยยกมือสองข้างประณม นิ้วชิดกัน ปลายนิ้วจรดกัน ไม่แยกปลายนิ้วออกจากกัน
ยกมือขึ้นในระดับต่าง ๆ ตามฐานะของบุคคล
เเละเมื่อมีผู้ทำความเคารพด้วยการไหว้ ต้องรับไหว้ทุกครั้ง
การรับไหว้ใช้ประณมมือแค่อก แล้วยกขึ้นเล็กน้อย ก้มศีรษะ

ลักษณะการเเสดงความเคารพด้วยการไหว้

การแสดงความเคารพมีหลาย ลักษณะ เช่น การประนมมือ การไหว้ การกราบ
การคำนับ การถวายความเคารพ การถวายบังคม เป็นต้น
การที่จะแสดงความเคารพในลักษณะใดนั้น ต้องพิจารณาผู้ที่จะรับความเคารพด้วยว่าอยู่ในฐานะเช่นใด
หรือในโอกาสใด แล้วจึงแสดงความเคารพให้ถูก ต้องและเหมาะสมการแสดงความเคารพแบ่งได้ดังนี้คือ



การประนมมือ

การประนมมือ (อัญชลี) ประนมมือให้นิ้วมือแนบชิดกัน ฝ่ามือราบ ปลายนิ้วตั้งขึ้น
แขนแนบตัวระดับอก ไม่กาง ศอก ทั้งชายและหญิงปฏิบัติเหมือนกัน
การประนมมือนี้ใช้ในการสวดมนต์ ฟังพระสวดมนต์ ฟัง พระธรรมเทศนา
และขณะพูดกับพระสงฆ์ซึ่งเป็น ที่เคารพนับถือ เป็นต้น

ไหว้

ไหว้ (วันทนา ) การไหว้เป็นการแสดงความเคารพโดยการประนมมือให้นิ้วชิดกันยกขึ้นไหว้
การไหว้แบบไทยแบ่งออกเป็น 3 แบบ ตามระดับของบุคคล ดังนี้

* ระดับที่ 1 การไหว้พระ
ได้แก่ การ ไหว้พระรัตนตรัยรวมทั้งปูชนียวัตถุและปูชนียสถานที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
ในกรณีที่ไม่สามารถกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ได้ โดยประนมมือให้ปลาย นิ้วชี้จรดส่วนบนของหน้าผาก



       ชาย ยืน แล้วค้อมตัวลงให้ต่ำพร้อมกับยกมือขึ้น ไหว้

        หญิง ยืนแล้วย่อเข่าลงให้ต่ำโดย ถอยเท้าข้างใดข้างหนึ่งตามถนัด พร้อมยกมือ ขึ้นไหว้

* ระดับที่ 2 การไหว้ผู้มีพระคุณและผู้มีอาวุโส
ได้แก่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ครู อาจารย์ และผู้ที่เราเคารพนับถืออย่างสูง โดยประนมมือให้ปลายนิ้วชี้จรดระหว่างคิ้ว



        ชาย ยืนแล้วค้อมตัวลงน้อยกว่าระดับ การไหว้พระ พร้อมกับยกมือขึ้นไหว้

        หญิง ยืนแล้วย่อเข่าลงน้อยกว่าระดับการไหว้พระ โดยถอยเท้าข้างใดข้างหนึ่งพร้อมกับยกมือ ขึ้นไหว้

* ระดับที่ 3 การไหว้บุคคลทั่ว ๆ ไปที่เคารพนับถือหรือผู้มีอาวุโส รวมทั้งผู้ที่เสมอกัน
โดยประนมมือยกขึ้นให้ปลาย นิ้วจรดปลายจมูก

[/img]

        ชาย ยืนแล้วค้อมตัวลง น้อยกว่าระดับการไหว้ผู้มีพระคุณ พร้อมกับ ยกมือขึ้นไหว้

        หญิง ยืนแล้วย่อเข่าลง น้อยกว่าระดับการไหว้ผู้มีพระคุณ โดยถอย เท้าข้างใดข้างหนึ่งเล็กน้อย พร้อมกับยกมือ ขึ้นไหว้



ในการไหว้ผู้เสมอกันทั้งชาย และหญิงให้ยกมือขึ้นไหว้พร้อมกัน หรือในเวลาใกล้เคียงกัน
ในกรณีที่ทำพร้อมกันเป็นหมู่คณะ ควรจะนัดหมายให้ทำอย่างเดียวกัน
การไหว้ตามมารยาทไทยเช่นนี้ ปฏิบัติให้เรียบ ร้อยนุ่มนวลด้วยความสำรวมจึงจะดูงาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2009, 03:32:24 PM โดย ธัชธา จำเนียรกุล »

กันยายน 04, 2009, 04:10:09 PM
ตอบกลับ #1

ออฟไลน์ ธัชธา จำเนียรกุล

  • เลขานุการโครงการร้อยใจไทย
  • *****

  • 651
    กระทู้

  • ชอบกด Like+ 5

    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
สาเหตุเเละเหตุการณ์ที่คนต้องไหว้
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 04:10:09 PM »

สาเหตุเเละเหตุการณ์ที่คนต้องไหว้

1. ไหว้เพราะความเลื่อมใส

2. ไหว้เพราะความกลัว

3. ไหว้เพราะสำนึกผิด

4. ไหว้เพราะสำนึกคุณ หรือแสดงวัฒนธรรม


สรุปผลของการไหว้แล้วจะได้เป็น 3 ประการ คือ

1.ผู้ไหว้ได้รับความสบายใจ

2.ได้รับความเมตตาจากผู้ถูกไหว้

3.ช่วยให้ผู้ถูกไหว้พัฒนาตนเอง

ผู้ไหว้ได้รับความสบายใจนั้น
ก็ด้วยผู้ไหว้สำนึกตนว่าได้ประกอบกรรมดี ประพฤติดีงาม ทำให้เกิดความสบายใจอิ่มเอมใจ

ส่วนผู้ที่ได้รับเมตตานั้น
ก็หมายถึงได้รับการตอบสนองด้วยความรู้สึกที่ดีมีค่า
ความเมตตาเป็นความรู้สึกทางคุณธรรมที่ให้ประโยชน์สุขโดยทางเดียว
ไม่เจือด้วยทุกข์โทษแต่อย่างใดเลย เมื่อเราไหว้ท่าน ท่านก็เมตตาเราโดยการแสดงตอบแทน
เช่น บาลีว่า ปูชโก ลภเต ปูชํ ผู้บูชาย่อมได้รับการบูชาตอบ วนฺ ทโก ปฏิวนฺ ทนํ
ผู้ไหว้ก็ย่อมได้รับการไหว้ตอบ ตามกฏแห่งเหตุผล

ข้อควรระวังในการไหว้

ข้อสำคัญที่ควรคำนึงสังวรระวังก็มีว่า
อย่าไหว้ อย่าแสดงการบูชา สักแต่ว่าเป็นพิธี เป็นกิริยาเฉพาะช่วงที่ทำพิธีเท่านั้น
ควรจะให้การไหว้ออกจากน้ำใจอันแท้จริง ในหลักธรรมตามมงคลสูตร
อนุโลมเข้ากับการไหว้ได้แก่ การยกย่องเทิดทูนคุณความดี เรียกว่า บูชา
การตระหนักถึงความสำคัญของท่าน เรียกว่า คารวะ
การระลึกถึงอุปการคุณของท่านเรียกว่า กตัญญู
เหล่านี้ล้วนเป็นแต่แรงบันดาลให้มีการไหว้ทั้งนั้น

การรับไหว้

เมื่อมีผู้ทำความเคารพให้แก่เรา ควรรับไหว้
คือเคารพตอบเพื่อมิไห้เสียมารยาท หรือทำให้ผู้แสดงความเคารพต้องกระดากใจ
หรือโกรธจนเป็นเหตุให้นึกไม่อยากจะเคารพต่อไปได้
วิธีรับไหว้ ยกมือทั้งสองประนมไว้ระดับอก แล้วยกขึ้นให้สูงมากหรือน้อยตามฐานะของผู้ไหว้ และของผู้รับไหว้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- เครือข่ายกาญจนาภิเษก
- www.banfun.com
- มหาวิทยาลัยรามคำเเหง